Folk Music ดนตรีจากผับเล็ก ๆ สู่เวทีโลก กับเพลงพื้นบ้านอังกฤษที่ยากจะลืมเลือน
บนความวุ่นวายของโลกดนตรีสมัยใหม่ ทุกแนวฮิตได้หมด แนวใหม่ประทุขึ้น แนวก่อนหน้าหลุดกระแส แต่ดนตรีแนว Folk Music ยังคงยืนหยัดในฐานะกระจกสะท้อนจิตวิญญาณและประวัติศาสตร์ของมนุษย์ที่ไม่มีวันเสื่อมคลาย ใช่เพียงแค่เสียงกีตาร์โปร่ง เครื่องดนตรีไม่กี่ชิ้น ที่คุ้นชิน แต่ดนตรีพื้นบ้านอังกฤษคือมรดกที่ส่งผ่านทางวัฒนธรรมที่บอกต่อ เล่าเรื่องราวชีวิต ความหวัง และความยากลำบากของชนชั้นแรงงานกรรมกรจากรุ่นสู่รุ่น จนกระทั่งก้าวขึ้นมาเป็นแรงบันดาลใจสำคัญให้กับอุตสาหกรรมเพลงระดับสากลในปัจจุบัน เรื่องราวความเป็นมานั้นน่าสนใจอย่างยิ่ง เราไปดูรายละเอียดกันเลย รากฐานของ Folk Music : เสียงเพลงจากหัวใจของชนชั้นแรงงาน หากจะอธิบายให้คนไทยเข้าใจได้ง่ายที่สุด Folk Music หรือเพลงพื้นบ้านอังกฤษ มองไปก็คล้ายคลึงกับเพลงลูกทุ่งหรือเพลงเพื่อชีวิตของเมืองไทยบ้านเราในแง่ “จุดประสงค์” ทว่าการถ่ายทอดนั้นแตกต่างตามวัฒนธรรม ในขณะที่เพลงป๊อปถูกสร้างขึ้นเพื่อความบันเทิงและเน้นการทำซ้ำเพื่อผลกำไรเชิงพาณิชย์ ดนตรีแนวนี้จริงกว่าเพราะเกิดมาจากในผับท้องถิ่นหรือวงล้อมของครอบครัวในชนบท โดยมีทำหน้าที่เป็นจดหมายเหตุที่มีเสียงประกอบ เพลงเหล่านี้ไม่มีเจ้าของที่ชัดเจน แต่มันคือสมบัติของชุมชนที่ใช้บอกเล่าเรื่องราวความอยุติธรรมในสังคม วิถีชีวิตเกษตรกร หรือแม้แต่ตำนานพื้นบ้านที่สืบต่อกันมานับร้อยปี เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนขึ้น เราจะพาไปเจาะลึก 3 ประเด็นสำคัญที่ทำให้ดนตรีแนวนี้โดดเด่นและต่างจากทั่วไปกันเลย ความเป็นจริงที่ไม่ได้ปรุงแต่ง ความต่างที่ชัดเจนที่สุดระหว่าง Folk Music ดนตรีโฟล์กอังกฤษ และเพลงทั่วไปคือความดิบ ดนตรีแนวนี้ไม่เน้นการผลิตที่ซับซ้อน แต่เน้นที่น้ำหนักของคำร้องและท่วงทำนองดั้งเดิมที่เรียกว่าเพลงบัลลาด หากเปรียบกับเพลงลูกทุ่งไทย คือการถ่ายทอดความยากลำบากของชาวนาผ่านเสียงร้องที่จริงใจ แต่ทางอังกฤษจะใช้เครื่องดนตรีประเภทสายและเครื่องเป่าพื้นเมืองเป็นตัวขับเคลื่อนแทนการใช้เครื่องสังเคราะห์เสียง โครงสร้างดนตรีและภาษาถิ่น หัวใจสำคัญของดนตรีพื้นบ้านคือการใช้ภาษาถิ่นอย่างเข้มข้น นักร้องจะไม่พยายามปรับสำเนียงให้เป็นสากล […]