เมืองผู้ดีแดนเหนือกับอิทธิพล ดนตรีโฟล์กอังกฤษ อัปเดตประวัติศาสตร์ฉบับ 2026
ปี 2026 นี้ ถ้าสังเกตดี ๆ จะเห็นเทรนด์หนึ่งที่แรงมาก นั่นคือการที่ผู้คนเริ่มหันหลังให้ความสมบูรณ์แบบของ AI แล้วกลับไปหาอะไรที่มัน “ดิบและจริง” อย่าง ดนตรีโฟล์กอังกฤษ พิกัดที่ถือเป็นตัวตึงและมีอิทธิพลที่สุดก็คือภาคเหนือของอังกฤษนั่นเอง ดินแดนแถบนี้ไม่ได้แค่ผลิตเพลงเพราะๆ ออกมาประดับวงการนะ แต่มันคือ “ฟันเฟือง” ตัวเป้งที่หล่อหลอมตัวตนดนตรีพื้นเมืองของอังกฤษให้มีเสน่ห์ลุ่มลึกอย่างที่เราเห็นในปัจจุบัน ดนตรีที่สกัดจากหยาดเหงื่อและเสียงเครื่องจักรโรงงาน ถ้าจะมองหาจุดเริ่มต้นของดนตรีแถบนี้ อย่าไปมองหาในห้องสมุดหรือในวัง เพราะมันเริ่มมาจากความลำบากในเหมืองถ่านหินและโรงงานทอผ้าที่กระจายอยู่ทั่วแลงคาเชียร์ ( Lancashire ) ไปจนถึงนอร์ธัมเบอร์แลนด์ (Northumberland) สำหรับคนเหนือยุคนั้น ดนตรีมันคือ “ยาสามัญประจำบ้าน” ที่เอาไว้ระบายความอัดอั้นจากการทำงานหนักในยุคปฏิวัติอุตสาหกรรม สิ่งที่ทำให้เพลงของคนเหนือมีเสน่ห์คือความดิบและความซื่อตรงแบบไม่อ้อมค้อม ภูมิภาคนี้เปลี่ยนหยาดเหงื่อให้กลายเป็นจังหวะย่ำเท้าที่หนักแน่น และกลายเป็นรากฐานที่ส่งต่อมาถึง ดนตรีโฟล์กอังกฤษ ในยุคปัจจุบัน ความขลังของมันอยู่ตรงที่ทุกโน้ตมันเล่าเรื่องชีวิตจริงๆ ไม่ใช่แค่เรื่องเพ้อฝัน เมื่อ “คนธรรมดา” กลายเป็นผู้สร้างอัตลักษณ์ดนตรี ช่วงศตวรรษที่ 18-19 พวกแรงงานเขาไม่ได้รอให้ใครมาแต่งเพลงให้ แต่เขา “ด้นสด” จากชีวิตประจำวันจนเกิดเป็นเอกลักษณ์ที่หาจากที่ไหนไม่ได้ นอร์ธัมเบอร์แลนด์ และ เดอร์แฮม : ห้องแล็บทางดนตรีที่ตัดขาดจากโลก ขยับขึ้นไปทางเหนือสุดๆ อย่างนอร์ธัมเบอร์แลนด์และเดอร์แฮม ดินแดนนี้เหมือนถูกแช่แข็งไว้ในกาลเวลาด้วยสภาพภูมิประเทศที่เข้าถึงยาก […]